[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by DJI Chiang Mai Well come to dji shop in chiang mai I am DJI dealer in Chiang Mai. I can provide teaching, fix and seal services. dji chiang mai
DJI Phantom, DJI Inspire1, DJI Shop in Chiang Mai, DJI Dealer Chiang Mai, DJI MAVIC, DJI Thailand, DJI Training, โดรนพ่นยา, โดรนเพื่อการเกษตร, ใบอนุญาตบินโดรน, การทำประกันโดรน, อบรมการบินโดรน,
 
หน้าแรก สินค้าทั้งหมด สั่งซื้อสินค้า บทความ เกี่ยวกับเรา ติดต่อเรา  

บทความ สาระน่ารู้
ตำนานเครื่องบิน
เครื่องบิน V-22 Osprey

อังคาร ที่ 18 เดือน สิงหาคม พ.ศ.2552

V-22 Osprey

                 V-22 Osprey เป็นอากาศยานขนาดใหญ่ที่รวมเอาคุณลักษณะของเครื่องบินและเฮลิคอปเตอร์ไว้ด้วยกัน สร้างขึ้นด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงหลายด้านเท่าที่มนุษย์คิดค้นขึ้นได้  พร้อมกับวิญญาณของนักบินและทหารนาวิกโยธินหลายชีวิต ที่ต้องสังเวยในระหว่างการทดลองบิน  จนในที่สุดได้ผ่านการประเมินค่า ได้นำเข้าประจำการในกองทัพสหรัฐฯ และรอพิสูจน์ผลงานในสนามรบจริง มันได้รับกำหนดให้เป็น Tiltrotor aircraft อากาศยานชนิดใหม่ ที่ซึ่งปรับระนาบการหมุนของใบพัดได้ถึง 90 องศา สถาบันการบิน FAA ของสหรัฐฯได้ลำดับชั้นอย่างเป็นทางการให้เป็น powered lift aircraft มีความสามารถในการวิ่งขึ้นและร่อนลงได้ในแนวดิ่ง(VTOL)  หรือจะใช้เพียงสนามบินเล็กๆในการวิ่งขึ้นและร่อนลงก็ได้ (STOL)  เพื่อใช้ในภารกิจหลายๆชนิดแตกต่างกัน ทั้งในทางทหารและพลเรือน

เราจะเรียกอากาศยานชนิดนี้ว่า
เครื่องบิน หรือ
เฮลิคอปเตอร์
จึงจะถูกต้อง



ความต้องการทางทหาร
                 เพราะความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นจากภายในประเทศ ทำให้สหรัฐฯ มีอาวุธยุทโธปกรณ์ นำสมัยหลายแบบ มีเครื่องบินรบหลายประเภท ความเป็นมหาอำนาจของสหรัฐอเมริกา ทำให้สหรัฐฯสามารถที่จะประกาศสงครามกับใครก็ได้ ที่ใดก็ได้ แต่แล้วศัตรูของสหรัฐฯ ก็ยังท้าทาย โดยอาศัยความกว้างใหญ่ของภูมิประเทศเป็นเกราะกำบังในการต่อกรกับสหรัฐฯ ดังนั้นสหรัฐฯจึงหาหนทางเอาชนะอุปสรรคต่างๆ ด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด

เทคโนโลยีที่ต้องดำรงศักดิ์ศรีของชาติ ไว้ได้
เทคโนโลยีที่ทำให้เกิดวลีว่า
“เราจะไม่ทิ้งเพื่อนร่วมชาติของเรา ไว้เบื้องหลัง”

                  คงเป็นเพราะว่ากองทัพสหรัฐฯ ยังจำและจดความล้มเหลวในการช่วยตัวประกันในอิหร่าน เมื่อปี 1980 ได้ดี ความผิดพลาดครั้งนั้นยังคงเป็นหนามคาใจ ทิ่มแทงฝ่ายเสนาธิการ และทีมวิศวกรทางทหารของสหรัฐฯ อย่างยากที่จะลืม การปฏิบัติการ Eagle Claw ในครั้งนั้นจบลงด้วยหายนะ เมื่อเครื่องบินและเฮลิคอปเตอร์เกิดชนกันกลางทะเลทราย เสียก่อนที่จะได้เข้าช่วยตัวประกัน
กองทัพสหรัฐฯมีเครื่องบินและเฮลิคอปเตอร์มากมายหลายแบบ อยู่แล้ว แต่การจู่โจมเข้าช่วยตัวประกัน หรือเพื่อนทหารที่ตกเป็นเชลยศึก เป็นการปฏิบัติการพิเศษ ต้องการอากาศยานที่มีขีดความสามารถ และคุณลักษณะพิเศษสูงกว่าที่มีอยู่ 

                  เฮลิคอปเตอร์ที่มีอยู่ บินได้ใกล้ บินช้า บรรทุกได้น้อย แต่สามารถขึ้นลงในพื้นที่แคบๆได้

                  เครื่องบินที่มีอยู่ บินได้เร็ว บินได้ไกล บรรทุกได้มาก แต่ขึ้นลงในพื้นที่แคบๆไม่ได้

                  กองทัพสหรัฐฯใฝ่หาอากาศยานแบบใหม่ ที่ซึ่งบินได้เร็ว บินได้ไกล บรรทุกได้มาก สามารถขึ้นลงในพื้นที่แคบๆได้ ซึ่งนั่นต้องประกอบขึ้นด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงหลายด้าน ทั้งทางด้านวัสดุศาสตร์ อากาศพลศาสตร์ ไฟฟ้า-คอมพิวเตอร์ Fly By Wire ที่มีน้ำหนักเบา และยังคงไม่อาจทิ้งระบบกลไกดั้งเดิม ที่มีน้ำหนักมากไปได้
                 การออกแบบพัฒนา
                 กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯเริ่มต้นโครงการอากาศยานขึ้นลงในแนวดิ่ง Vertical take-off/landing Experimental (JVX) ตั้งแต่ปีค.ศ.1981 ภายหลังวิกฤตการณ์การช่วยตัวประกันในอิหร่าน(Eagle Claw)ไม่นาน โดยให้กองทัพบกเป็นผู้นำ แต่ต่อมาหน่วยนาวิกโยธินได้เข้ามาเป็นผู้นำโครงการอย่างเต็มตัว กำหนดความสามารถของ JVX ให้ตอบสนองภารกิจได้ทั้งสี่เหล่าทัพ มีบริษัทผลิตเครื่องบินหลายบริษัทให้ความสนใจ แต่ในที่สุดอากาศยานต้นแบบ Bell XV-15 ของบริษัทเบลล์ ได้รับการคัดเลือกตั้งแต่ 17 กุมภาพันธ์1983 Bell XV-15 ได้รับการออกแบบใหม่อีกครั้งกำหนดรหัสใหม่ให้เป็น V-22 Osprey"
                 เมื่อ 15 มกราคม 1985. โดยเมื่อนำเข้าประจำการในนาวิกโยธินถูกเรียกว่า MV-22 และในกองทัพอากาศถูกเรียกว่าCV-22 เครื่องต้นแบบขนาดเท่าของจริงได้เริมต้นลงมือในปี1986 เผยโฉมให้เห็นตัวจริงในเดือนพฤษาคม1988 แต่ที่น่าเสียดายในปีเดียวกันนี้ กองทัพบกสหรัฐฯเกิดถอดใจ ขอตัวออกจากโครงการ โดยอ้างถึงงบประมาณของตนที่ต้องนำไปใช้ในโครงการอื่น

                 V-22 ได้รับการพัฒนาร่วมกันสามบริษัท โดยมีบริษัท Boeing Helicopters เป็นแกนหลักในสร้างลำตัว ห้องนักบิน ระบบการเดินอากาศ และระบบควบคุมการบิน เบลล์เฮลิคอปเตอร์ การสร้างปีก ระบบใบพัด ระบบถ่ายทอดกำลัง ส่วนหาง และพื้นระวางบรรทุก บริษัทโรลสรอยล์รับผิดชอบในการผลิตเครื่องยนต์ ชิ้นส่วนต่างๆได้รับการผลิตขึ้นในหลายรัฐได้แก่ Philadelphia, Pennsylvania, Grand Prairie, Texas, การประกอบขั้นสุดท้ายกระทำที่ เมือง Amarillo รัฐ Texas 
                 MV-22 เครื่องต้นแบบ 6 ลำแรกถูกผลิตขึ้นก่อน 19 มีนาคม1989 ลำแรกได้ขึ้นบินทดสอบครั้งแรกเมื่อ ในรูปแบบของเฮลิคอปเตอร์ก่อน และอีกหกเดือนถัดมาใน14 กันยายน 1989 จึงได้ทดสอบบินในรูปแบบของเครื่องบิน ในเดือนธันวาคม 1990 ลำที่สามและสี่ได้ทดสอบบินในภาคทะเลโดยบินไปลงบนเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Wasp ในปี 1990-91 แต่ลำที่สี่และห้าเกิดประสบอุบัติเหตุ การทดสอบบินจึงถูกชะลอออกไป และกลับมาทดสอบอีกครั้งในเดือนสิงหาคม 1993 บริษัทเบลล์และโบอิ้งได้ร่วมมือกัน ปรับปรุงใหม่ให้มีน้ำหนักตัวเปล่าลดลงกว่าเดิม เพื่อง่ายต่อการผลิตและลดค่าใช้จ่าย กำหนดให้เป็น B-model การทดสอบบินของเครื่องที่เหลืออยู่ทั้งสี่ยังคงรุดหน้าต่อไป อย่างต่อเนื่อง

 
                   ต้นปี1997 เครื่องลำแรกเริ่มเข้าสู่สายการผลิต ถูกส่งมอบให้กองทัพเรือ เพื่อประเมินค่า ณ ฐานทัพเรือ Naval Air Station Patuxent River, รัฐ Maryland เที่ยวบินแรกทะยานขึ้นฟ้าใน 5 กุมภาพันธ์ 1997 พร้อมกับการเริ่มต้นการประกอบอีกสี่ลำ ตามคำสั่งยอดการผลิตใน 28 เมษายน 1997 และส่งมอบแล้วเสร็จได้ใน 27 พฤษภาคม 1999 เครื่องลำที่สิบผ่านการทดสอบภาคทะเลครั้งที่สอง ซึ่งกระทำบนเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Saipan เดือนมกราคม 1999 ระหว่างการทดสอบยกสัมภาระ ในเดือนเมษายน บริษัทโบอิ้งได้ทดลองใช้ยกปืนใหญ่ M777 howitzer เป็นผลสำเร็จ

                  ในปี 2000 เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงขึ้นอีกถึงสองครั้ง คร่า 19 ชีวิตของนักบินและนาวิกโยธินไปด้วย ทำให้สายการผลิตต้องหยุดชะงักลงอีก สาเหตุได้ถูกตรวจพบ และวิศวกรได้ปรับปรุงชิ้นส่วนต่างๆจนเข้าที่
V-22 เสร็จสมบูรณ์ ในการทดสอบ ประเมินค่าก่อนเข้าประจำการในเดือนมิถุนายน 2005 การประเมินค่าประกอบด้วย การบินระยะไกล เพดานบินสูง การปฏิบัติการในทะเลทรายและในทะเล ข้อบกพร่องต่างๆ ได้รับการใส่ใจจากคณะทำงาน จนลุล่วงไปได้ด้วยดี

                   28 กันยายน 2005 กระทรวงกลาโหมของสหรัฐฯ ได้อนุมัติการผลิต V-22 อย่างเต็มรูปแบบ ตามแผนงานจะเพิ่มอัตราการผลิตจาก 11 ลำ ต่อปีไปเป็น 24 ถึง 48 ลำต่อปี ภายในปี 2012 ประมาณการว่ามีความต้องการนำเข้าประจำการทั้งหมด 458 ลำ จำแนกเป็นของหน่วยนาวิกโยธินถึง 360 ลำ ของกองทัพเรือ 48 ลำ กองทัพอากาศ 50 ลำ สำหรับทบ.สหรัฐฯอาจจะหวนกลับมาสนใจอีกก็เป็นได้ โดยมีราคาตกเฉลี่ยลำละ 110 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นจากปี2007 ซึ่งมีราคาเพียง 70 ล้านเหรียญสหรัฐฯ กองทัพเรือ ยังหวังว่าหลังจากเข้าสู่สานการผลิตไปแล้วห้าปี ราคาอาจจะปรับลงได้อีกละลำ 10 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

ความพยายาม 

                    แปลจากต้นฉบับมาจากเรื่องอุบัติเหตุระหว่างการทดสอบบิน(Crashes) แต่ย่อหน้านี้ขอขึ้นต้นว่า ความพยายาม ครั้งแล้วครั้งเล่า ที่ประสบความล้มเหลว ต้องย้ำอีกครั้งว่าอากาศยานลำนี้ มิได้สร้างขึ้นมาด้วยเทคโนโลยีชั้นสูงเพียงอย่างเดียว แต่ต้องแลกมาด้วยชีวิตของนักบินและทหารอีกหลายคน
11 มิถุนายน พ.ศ.2534 

                    ความผิดพลาดครั้งแรกเกิดขึ้นเพียงสามนาทีแรกของเที่ยวบินแรก ณ ศูนย์ทดสอบบินของ Boeing เมือง Wilmington รัฐ DE จากการ”ต่อสายไฟฟ้าผิด” ในระบบควบคุมการบิน ขณะทดสอบลอยตัวเหนือพื้น 15 ฟุต เนื่องจากเครื่องยนต์ทางด้านซ้ายเอียงกระแทกพื้นทำให้ตัวเครื่องบินกระดอนขึ้นมา และตกลงอย่างแรง เกิดไฟไหม้ตามมา นำไปสู่การบาดเจ็บของนักบินสองคน
20 กรกฎาคม พ.ศ.2535
หลังจากการบินแบบไม่มีการหยุดพักไกลกว่า 700 ไมล์ จนเกือบจะเสร็จสิ้นภารกิจอยู่แล้วความผิดพลาดเกิดขึ้นจากการที่น้ำมันหล่อลื่น ในระบบส่งกำลังของเครื่องยนต์ทางด้านขวารั่ว เป็นเหตุทำให้เครื่องยนต์ไฟไหม้ ตกลงในแม่น้ำโปโตแม็ค ต่อหน้าผู้สังเกตการณ์ ซึ่งเป็นทั้งวุฒิสภาและเจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐฯ เหตุการณ์ในครั้งนั้นคร่าชีวิตนักบินและลูกเรือซึ่งทำการทดสอบไป 7 คน โครงการจึงต้องชะงักไปนานถึง 11 เดือน

 
 
 
8 เมษายน 2543
                    หลังจากที่เงียบหายไปนานจากความสนใจของฝ่ายต่างๆ โครงการได้ดำเนินไปอย่างเงียบๆ จนในที่สุดได้รับการพัฒนา จนพร้อมที่จะทดสอบการปฏิบัติการจริง ด้วยการนำทหารนาวิกโยธินสหรัฐฯ จำนวน 17 นาย ขึ้นไปทดสอบความพร้อมรบด้วย โดยจะนำไปส่งลงที่ Marana Northwest Regional Airport รัฐ Arizona เครื่องเกิดการดิ่งลงจากเพดานบิน ด้วยอัตราตก 2,000 ฟุตต่อนาที ด้วยความเร็วไปข้างหน้าเพียง 45 ไมล์ต่อชม. (72 km/h) และใบพัดด้านขวาขาดแรงยก อย่างฉับพลัน ที่ความสูงเพียง 75 เมตร จากพื้น ตัวครื่องจึงหมุนกลับหงายท้อง ตกกระแทกพื้น และระเบิด นักบินสองนาย และทหารนาวิกโยธินทั้งหมด เสียชีวิต เป็นการสูญเสียครั้งประวัติศาสตร์ของหน่วยนาวิกโยธินอีกครั้ง
                    การสอบสวนหาสาเหตุอย่างเป็นทางการสรุปว่า เกิดภาวะ vortex ring state (VRS) ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ปกติ ที่อากาศถูกตีหมุนวนจนคล้ายกับเกลียวน้ำวน เมื่อเฮลิคอปเตอร์กำลังร่อนลง ในช่วงการทดสอบกำหนดให้ ใช้อัตราร่อน 800 ฟุตต่อนาที ด้วยความเร็วเคลื่อนที่ไปข้างหน้า 40 knots แต่ไม่ทราบว่า ทำไมนักบินทดสอบเผลอบินเกินกว่าที่กำหนด เครื่องจึงดิ่งลงอย่างรวดเร็ว เกินกว่าจะควบคุมได้
                    อีกปัจจัย หนึ่งซึ่งอาจเป็นสาเหตุ ที่ทำให้เกิด VRS ขึ้นคือ การปฏิบัติการบินใกล้กัน ผลการทดสอบในครั้งต่อมา ใบพัดของ V-22 ได้รับผลกระทบต่อ VRS น้อยกว่า แต่ภาวะการณ์ที่เกิดขึ้น สามารถตระหนักรู้ได้อย่างรวดเร็ว และแก้ไขได้ง่ายกว่า ที่เกิดขึ้นกับเฮลิคอปเตอร์ การสูญเสียความสูงก็จะน้อยกว่า เฮลิคอปเตอร์อย่างมาก และยิ่งยังบินอยู่ในระดับสูงกว่า 2,000 ฟุต การแก้ไขจะกระทำได้ง่ายขึ้น
 
 
การเข้าประจำการ
                   
                    ปัญหาสำคัญของ V-22 ระหว่างการปฏิบัติการครั้งแรก คือ การรอคอยอะไหล่ เพื่อใช้ในการซ่อมบำรุง จากสถิติจนถึงเดือนกรกฎาคม 2008 V-22 ได้ปฏิบัติภารกิจไปแล้ว 3,000 เที่ยวบิน คิดเป็นเวลาปฏิบัติการกว่า 5,200 ชั่วโมงบิน และประเทศอิสราเอลแสดงความสนใจที่จะนำ V-22 เข้าประจำการ แต่ยังไม่มีข้อตกลงที่จะซื้อแต่อย่างใด

ข้อโต้แย้งทางเทคนิค

                     V-22 เป็นอากาศยานชนิดใหม่ ระหว่างการพัฒนาประสบปัญหาต่างๆอย่างมากมาย หากเป็นอากาศยานแบบอื่น เมื่อประสบปัญหาในการทดลอง ต้องถูกยกเลิกไปกลางคัน แต่เป็นที่น่าสังเกตว่า โครงการ V-22 ยังคงดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่อง ด้วยเหตุผลสำคัญแฝงอยู่ คือ

- เป็นอากาศยานที่เป็นความต้องการของทุกเหล่าทัพ
- เป็นการร่วมมือกันสร้างจากหลายบริษัท
- ได้รับการสนับสนุนทางการเมือง จากทั้งรัฐบาลพรรครีพลับริกัน และเดโมแครท

ก่อนเข้าประจำการ V-22 ประสบปัญหาทางเทคนิคหลายประการดังนี้ คือ
1. ขาดความสามารถในการทำ Auto Rotation ได้
2. คุณลักษณะการบินได้รับผลกระทบจาก VRS (vortex ring state) สูงกว่าเฮลิคอปเตอร์ทั่วไป
3. ตัวเครื่องมีอาการ PIO (pilot-induced oscillation) ขณะที่บินอยู่ในพื้นที่จำกัด
4. โครงสร้างได้รับความสั่นสะเทือนสูง ส่งผลไปยังระบบเทคนิคต่างๆ
5. ได้รับผลกระทบจากการบินใกล้เครื่องบินลำอื่น จนอาจเสียการควบคุมได้ง่าย
6. ทำให้เกิดกระแสลมกดลงบนพื้น ด้วยความเร็วสูง ขณะลอยตัวต่ำ ซึ่งทำให้เป็นอุปสรรคในการมองเห็น

                         อย่าเพิ่งด่วนสรุปว่า มันเป็นเครื่องบินลูกผสม ที่มีรูปร่างประหลาด หรือนำข้อด้อยเพียงเล็กน้อย มากลบจุดเด่นของมัน “ด้วยภาษาไทย” ตราบใดเท่าที่คนไทยหรือทหารไทย ยังสร้างมันขึ้นมาไม่ได้ การแสดงความเคารพต่อวิญญาณของนักบินและทหาร ซึ่งพลีชีพในระหว่างการทดลองบิน ถือเป็นสิ่งสำคัญ ที่นักรบต่างให้ความเคารพซึ่งกันและกัน
โครงการการสร้าง V-22 ใช้เงินลงทุนไปหลายพันล้าน ใช้เวลาไปกว่า 25 ปี ในการทดลอง ค้นคว้า วิจัย แต่กว่านั้น มันได้สังเวยชีวิตทหารไป 30ชีวิต ระหว่างการทดสอบบิน ถ้ามันไม่ได้เข้าประจำการในกองทัพ มันย่อมจะมีความหมายประการหนึ่งว่าความทุ่มเท และชีวิตทหารได้ตายไปอย่างสูญเปล่า ในทางตรงข้าม เมื่อมันได้ประจำการเช่นทุกวันนี้ ย่อมมีความหมายโดยตรงว่า ความทุ่มเท และชีวิตทหารไม่ตายเปล่า ปัญหาทางเทคนิคได้รับการแก้ไข จนมีความปลอดภัยเพียงพอ ที่นำเข้าประจำการได้ 

                          V-22 คือ อากาศยานที่เป็นความต้องการของหน่วยปฏิบัติการพิเศษมาอย่างยาวนาน เป็นอากาศยานชนิดใหม่ ซึ่งสร้างขึ้นด้วยเทคโนโลยีชั้นสูง แม้ประสบปัญหาต่างๆอย่างมากมาย ระหว่างการพัฒนา แต่ความต้องการทางทหารที่จะต้องรักษาศักดิ์ศรีของชาติ ทำให้สร้างมันขึ้นจนเป็นผลสำเร็จ และนำเข้าประจำการในเหล่าทัพ คอยวันเพื่อพิสูจน์ผลงานในสนามรบจริง
                          เป็นไงบ้างครับ มีไอเดียใหม่ ๆ ในการ ทำเครื่องบินบังคับวิทยุเล่นกันหรือยัง ส่วนผม ขึ้นลำตัวไปเลียบร้อยแล้ว ยังไม่ถ่ายรูป เอาใช้จะนำขั้นตอนการทำ และผลการบินมา เล่าให้ฟัง ส่วนใครที่มีอยู่แล้วอยากจะเอามาอวดกันก็ไม่ว่า เป็นวิทยาทาน หน่อยก็ดีนะครับ
อ้างอิง
http://www.thaic-130.com
http://en.wikipedia.org/wiki/V-22_Osprey#cite_note-time-14
http://www.globalsecurity.org/military/systems/aircraft/v-22-specs.htm
http://www.helis.com/Since80s/h_v22.php
http://www.g2mil.com/scandal.htm
 


เข้าชม : 100392


ตำนานเครื่องบิน 5 อันดับล่าสุด

      มันเริ่มจาก ฝันวัยเด็กของผม 20 / ม.ค. / 2555
      เครื่องบิน V-22 Osprey 18 / ส.ค. / 2552



สินค้าแนะนำ
เครื่องบินพลังยาง Body Police3D.
เครืองบินพลังยางพร้อมเล่น,ใบพัดเครื่องบินยาง,ใบพัดสำหรับเครื่องบินพลังยาง,เครื่องร่อนพลังบาง,Rubber Aplane,เครื่องร่อนพลังยาง,เครื่องร่อนพุ่งด้วยมือ,Rubber

179 ฿.
เปิดหน้าสั่งซื้อสินค้า ซื้อ
[Out]*** อะไหล่ Flying Fox
Flying Fox,ปีก,หาง,เครื่องบินฟายอิ่มฟ๊อก,อะไหล่FlyingFox,เครื่องบิน 2 ch,เครื่องบิน2ช่อง

out ฿.
เปิดหน้าสั่งซื้อสินค้า ซื้อ
[Out]*** Speed Controller EMAX 80A.2-6cell
Speed Brushless Motors,Speed 80A.,สปีดเครื่องบิน3สาย,สปีด 80A.

750 ฿.
เปิดหน้าสั่งซื้อสินค้า ซื้อ
Corona DS-929mg Digital Servo
เซอร์โว, Servo, Corona Servo, Digital Servo, เซอร์โวยกพิท, เครื่้องบินบังคับวิทยุ, เชียงใหม่, เครื่องบินพลังยาง, เซอร์โวเฮลิคอปเตอร์,

ปกติ = ฿.
พิเศษ = 280 ฿.
เปิดหน้าสั่งซื้อสินค้า ซื้อ
RX Top ranking 2ch
Reciver 2ch,ภาครับวิทยุ,เครื่องบิน2ch

250 ฿.
เปิดหน้าสั่งซื้อสินค้า ซื้อ
helicox3000mA 11.1V 30C NANO-Platinum
HeliCox, Battery,helicox nano 11.1v,แบตเตอรี่ ลิโพ,แบตเตอรี่ ลิเธียม, ฃแบตเตอรี่เครื่องบินบังคับ,แบตเตอรี่ เชียงใหม่,Multi rotor Batery,แบตฮอ,แบตเครื่องบินลังคับ,ฮ.บินถ่ายภาพ

ปกติ = 0 ฿.
พิเศษ = 650 ฿.
เปิดหน้าสั่งซื้อสินค้า ซื้อ
Brushless Motor WALKERA 180L RPM/V 3200
Mortor Brushless,WALKERA,มอเตอร์บรัซเลส,มอเตอร์ 3 สาย,เครื่องบินบังคับ,เฮลิคอปเคอร์,WALKERA

ปกติ = out ฿.
พิเศษ = 750 ฿.
เปิดหน้าสั่งซื้อสินค้า ซื้อ
RC Flying PARAMORTOR 3 CH
RC Paramotor,RC Paracopter,RC Parachute,ร่มบินไฟฟ้า,ร่มบินRC,3CH,3ช่อง

ปกติ = out ฿.
พิเศษ = 1790 ฿.
เปิดหน้าสั่งซื้อสินค้า ซื้อ
Super Sonic เครื่องบินบังคับ 2ch ขนาดเล็ก
เครื่องบินบังคับ,เครื่องบิน 2ch,เครื่องบินขนาดเล็ก,Micro Airplane

ปกติ = out ฿.
พิเศษ = 690 ฿.
เปิดหน้าสั่งซื้อสินค้า ซื้อ
[Out]*** Brushless Motor Bl Tower Pro 2410-12 54.5g 1530kv
Tower Pro,Brushless Mortom,มอเตอร์ 3 สาย, มอเตอร์เครื่องบินไฟฟ้า

ปกติ = 450 ฿.
พิเศษ = 290 ฿.
เปิดหน้าสั่งซื้อสินค้า ซื้อ

:: www.cmflying.com :: เราจะบินไปด้วยกัน ::
:: เริ่องราวเกี่ยวกับ เครื่องบินบังคับวิทยุ เทคนิค หลักการ วิธีการเล่น การสร้าง ที่สามารถศึกษาและนำไปทำเล่นเอง :: email :: admin ::